แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประติมากรรม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประติมากรรม แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2558

พระพุทธรูปลีลา

ภาพ :  พระพุทธรูปลีลา
ศิลปะ :  สุโขทัย
อายุสมัย :  ราวพุทธศตวรรษที่ 19 – 20
พบที่ :  ระเบียงคด วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพมหานคร

ลักษณะสำคัญ :

เป็นพระพุทธรูปนูนสูง ทำจากสำริดมีรูปรางเพรียวบาง มีพระพักตร์เรียวรูปไข่ ที่สำคัญคือมีพระรัศมีเปลว(คล้ายเปลวไฟ)เหนือพระเศียร ขมวดพระเกศาเล็ก พระโอษฐ์อมยิ้มเล็กน้อย นุ่งห่มจีวรเฉียง ยาวจรดพระนาภี


ที่มา: http://www.jitdrathanee.com/

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :  

พระพุทธรูปนิรันตราย

ภาพ :  พระพุทธรูปนิรันตราย
ศิลปะ :  (องค์ในเป็นศิลปะแบบทวารวดี) องค์ครอบเป็นศิลปะแบบรัตนโกสินทร์
อายุสมัย :  พ.ศ. 2364 - 2411
พบที่ :  ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในหอพระสุลาลัยพิมาน ในหมู่พระมหามณเฑียร

ลักษณะสำคัญ :

องค์ใน เป็นพระพุทธประทับขัดสมาธิเพชร ปางสมาธิ ทำด้วยทองคำ พบที่อำเภอดงศรีมหาโพธิ์ จังหวัดปราจีนบุรี พระเกรียงไกร กระบวนยุทธ์ นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “ทรงพระราชดำริว่าเป็นพระมีอภินิหาร เพราะผู้ขุดได้ไม่เอาไปทำลายขายเนื้อทองคำเอาเป็นประโยชน์ จึงทรงขนานนามว่า พระนิรันตราย” ต่อมาจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ “ให้หล่อพระพุทธรูปตามแบบรัชกาลที่ 4 ครอบไว้อีกองค์ 1 แต่ไม่มีเรือนแก้ว เรียกรวมกันทั้งองค์ในและองค์นอกว่า "พระนิรันตราย”

องค์ครอบ หน้าตักกว้าง 11.65 เซนติเมตร องค์พระสูง 20.30 เซนติเมตร ทำด้วยทองคำ ประทับ นั่งวัชราสนะ แสดงธยานะมุทราโดยพระหัตถ์ขวาช้อนบนพระหัตถ์ซ้ายเหนือพระเพลา มีพระพักตร์ค่อนข้างกลม พระเนตรเหลือบต่ำ พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์เรียว ขมวดพระเกศาขนาดเล็ก มีพระรัศมีรูปเปลวไฟ เหนือพระเศียร ห่มจีวรเฉียงเปิดพระอังสาขวา เหนือพระอังสาซ้ายมีสังฆาฏิขนาดใหญ่ พาดทับยาวลงมาจรดพระนาภี

พระนิรันตรายองค์ใน


พระนิรันตรายองค์ครอบ


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :

ธนาคารกรุงเทพ. "พระพุทธปฏิมา," ลักษณะไทย. ค้นเมื่อ 18 สิงหาคม 2558, จาก http://www.laksanathai.com/book1/p116.aspx

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. พระนิรันตราย. ค้นเมื่อ 18 สิงหาคม 2558, จาก https://th.wikipedia.org/wiki/

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ปางเปล่งรัศมี

ภาพ :  พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ปางเปล่งรัศมี
ศิลปะ :  เขมรในประเทศไทย
อายุสมัย :  ราวครึ่งแรกพุทธศตวรรษที่ 18
พบที่ :  อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ ตำบลเมืองสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

ลักษณะสำคัญ :

พระพักตร์สี่เหลี่ยม พระเนตรเหลือบต่ำ  ยิ้มมุมปาก พระพุทธเจ้า อมิตาภะอยู่ที่มวยผม พระหัตถ์ถือ ดอกบัว คัมภีร์ หม้อน้ำ ลูกประคำ พระอวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี แสดงความยิ่งใหญ่ของพระองค์ โดยเชื่อว่าหนึ่งรูขุมขน คือ หนึ่งจักรวาล


ที่มา: http://www.oknation.net/

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :

หน้าบันรูปศิวะนาฏราช

ภาพ :  หน้าบันรูปศิวะนาฏราช
ศิลปะ :  เขมรในประเทศไทย
อายุสมัย :  ราวพุทธศตวรรษที่ 17-18
พบที่ :  ปราสาทหินพนมรุ้ง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์

ลักษณะสำคัญ :
เป็นภาพพระศิวะเศียรเดียว  สิบกร  อยู่ในท่าฟ้อนรำ  แวดล้อมด้วยบุคคล  โดยบุคคลที่อยู่ทางซ้ายมือสุดของพระศิวะ  คือ  พระคเณศ โอรสของพระองค์  ถัดมาน่าจะได้แก่  พระ วิษณุ  พระพรหม  ตามลำดับ  และมีภาพเทวสตรี  2  องค์อยู่ทางด้านขวา


ที่มา : http://www.manager.co.th/

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :  

ทับหลังรูปนารายณ์บรรทมสินธุ์

ภาพ :  ทับหลังรูปนารายณ์บรรทมสินธุ์
ศิลปะ :  เขมรในประเทศไทย
อายุสมัย :  ราวพุทธศตวรรษที่ 17-18
พบที่ :  ปราสาทหินเขาพนมรุ้ง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์

ลักษณะสำคัญ :

พระนารายณ์บรรทมตะแคงขวา  เหนือ พระยาอนันตนาคราช  ซึ่งทอดตัวอยู่เหนือมังกร กลางเกษียรสมุทร มีก้านดอกบัวผุดขึ้นจากพระนาภีของพระองค์  มีพระพรหมประอยู่เหนือดอกบัว มีพระลักษมีชายาพระองค์ประทับนั่งอยู่ตรงปลายพระบาท




อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :  

วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2558

พระอิศวร

ภาพ :  พระอิศวร
ศิลปะ :  สุโขทัย
อายุสมัย :  ราวครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 19
พบที่ :  หอเทวาลัยมหาเกษตรพิมาน เมืองสุโขทัย

ลักษณะสำคัญ :

พระอิศวรประทับยืน ทรงเครื่องอาภรณ์ประกอบด้วย ศิราภรณ์ กุณฑล กรองศอ พาหุรัด ทองพระกร และสายยัชโยปวีตรูปนาค พระพักตร์รูปไข่ พระอังสาใหญ่ บั้นพระองค์เล็ก ทรงภูษายาวคล้ายผ้านุ่ง ทบชายไว้ด้านหน้า ตกลงซ้อนกันเป็น 3 ชั้น รูปด้านนอกอ่อนหวานงดงาม


ที่มา : http://kanchanapisek.or.th/



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :  

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

ภาพ :  พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร
ศิลปะ :  ศรีวิชัย
อายุสมัย :  ราวพุทธศตวรรษที่ 14-15
พบที่ :  วัดพระบรมธาตุ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี

ลักษณะสำคัญ :

ได้รับอิทธิพลจากพุทธศาสนานิกายมหายาน ได้รับการยอมรับว่าเป็นประติมากรรมสมัยศรีวิชัยที่งดงามที่สุด อยู่ในท่าเอียงตนหรือตริภังค์  ที่มวยผมมีรูปพระอมิตาภะอยู่แต่หักหายไป ผ้าที่สะพายเฉียงบนบ่ามีรูปหัวกวางเล็กๆ ประดับอยู่


ที่มา:  https://atichit.wordpress.com/

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :


วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2558

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

ภาพ :  พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร
ศิลปะ :  ศรีวิชัย
อายุสมัย :  พุทธศตวรรษที่ 13
พบที่ :  วัดศาลาทึง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี

ลักษณะสำคัญ :

ประติมากรรมสลักหินรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรประทับยืนตริภังค์ ทรงมีพระพุทธรูปองค์เล็กๆ (พระธยานิพุทธเจ้าอมิตาภะ) ประทับนั่งปางสมาธิอยู่ที่ด้านหน้าของศิราภรณ์ พระอังสาซ้ายมีหนังกวางพาดสะพาย มีรูปหัวกวางปรากฏอยู่ นุ่งโสร่งยาว




อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :  

เศียรพระโพธิสัตว์

ภาพ :  เศียรพระโพธิสัตว์
ศิลปะ :  เขมรในประเทศไทย
อายุสมัย :  กลางพุทธศตวรรษที่ 14 หลัง พ.ศ. 1350
พบที่ :  บ้านโตนด อ. สูงเนิน นครราชสีมา ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

ลักษณะสำคัญ :

เศียรพระโพธิสัตว์สาริดขนาดใหญ่ พระเกศาเกล้าขึ้นเป็นทรงกระบอกตกลงเป็นวงซ้อนๆกันเป็นชั้นๆอย่างงดงาม พระพักตร์ค่อนข้างยาว เครื่องประกอบพระพักตร์ สร้างอย่างประณีต พระขนงโก่ง พระเนตรเป็นเหลือบลงเบื้องต่า เจาะเป็นช่องสาหรับฝังมุกหรือหินมีค่า พระนาสิกเป็นสัน มีไรพระมัสสุบางๆ พระโอษฐ์หนาแย้มเล็กน้อย จัดเป็นประติมากรรมศิลปะเขมรในประเทศไทยที่งดงามที่สุดชิ้นหนึ่ง จากขมวดพระเกศาที่มีลักษณะใกล้เคียงกับศิลปะเขมรแบบกาพงพระ




อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :  

เอกามุขลึงค์

ภาพ :  เอกามุขลึงค์
ศิลปะ :  เทวรูปร่นเก่า
อายุสมัย :  พุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๒
พบที่ :  อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี

ลักษณะสำคัญ :

ศิวลึงค์นี้ประดับพระพักตร์ของพระอิศวรหรือศิวะ ศิวลึงค์แบ่งเป็น 3 ชั้น ชั้นแรกเป็นสี่เหลี่ยมแทนพระพรหม ชั้นกลางแปดเหลี่ยมแทนพระวิษณุ และพระอิศวรหรือศิวะอยู่สูงสุด มีปิ่นรูปพระจันทร์เสี้ยวประดับที่พระเกศา



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :

อรรธนารีศวร

ภาพ :  อรรธนารีศวร
ศิลปะ :  เทวรูปรุ่นเก่า
อายุสมัย :  พุทธศตวรรษที่ ๑๓
พบที่ :  จ.อุบลราชธานี

ลักษณะสำคัญ :

เป็นประติมากรรมของลัทธิลัทธิไศวนิกาย สลักเป็นรูปพระศิวะและพระอุมารวมเป็นองค์เดียวกัน ประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานบัวหงาย ยกพระกรทั้งสองข้างขึ้นเหนือพระเพลา พระ หัตถ์หักหายไป พระเนตรที่สามปรากฏอยู่กึ่งกลางพระนลาฏ พระเกศาเกล้าสูง ทรงกุณฑลขนาดใหญ่และพาหุรัดลายดอกไม้กรองศอเรียบและไม่มีลวดลาย ลักษณะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนก็คือพระวรกายซีกขวามีลักษณะเป็นบุรุษเพศ หรือพระศิวะ มีรูปพระจันทร์เป็นวงกลมติดอยู่บนพระเศียร พระเกศาเป็นขมวดกลม มีไรพระมัสสุริมพระโอษฐ์ นุ่งผ้าสั้นเหนือพระชงฆ์ คาดเข็มขัดลายเชือกถัก มีบ่วงบาศคล้องที่พระหัตถ์ ส่วนพระวรกายซีกซ้าย หรือพระอุมาแสดงลักษณะกายวิภาคเป็นสตรีเพศ ทรงทองพระกรและนุ่งผ้ายาวไปจดข้อพระบาท มีแนวชายผ้าพาดจากใต้พระเพลาไปยังข้อพระกร คาดเข็มขัดลายลูกประคา




อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :

พระอาทิตย์

ภาพ :  พระอาทิตย์
ศิลปะ :  เทวรูปรุ่นเก่า
อายุสมัย :  ราวพุทธศตวรรษที่ 12-13
พบที่ :  เมืองศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์

ลักษณะสำคัญ :

ได้รับอิทธิพลแบบอินเดียแบบอมราวดีและคุปตะ บ่าใหญ่ ใส่กระโปรงยาว ผ้าบางแนบเนื้อ หูยานใส่ตุ้มหูขนาดใหญ่ หน้าดุดัน



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :  

พระกฤษณะยกภูเขาโควรรธนะ

ภาพ :  พระกฤษณะยกภูเขาโควรรธนะ
ศิลปะ :  เทวรูปรุ่นเก่า
อายุสมัย :  ราวพุทธศตวรรษที่ 12-13
พบที่ :  เมืองศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์

ลักษณะสำคัญ :

ได้รับอิทธิพลจากอินเดียแบบคุปตะ พระนารายณ์อวตารลามาเป็นพระกฤษณะ ซึ่งเป็นคนเลี้ยงวัว นิยมทำรูปยืนเอียงตัว บ่าใหญ่ เอวเล็ก สวมหมวกทรงกระบอก




อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :  



นารายณ์หรือวิษณุสี่กร

ภาพ :  นารายณ์หรือวิษณุสี่กร
ศิลปะ :  เทวรูปรุ่นเก่า
อายุสมัย :  ราวพุทธศตวรรษที่ 13-14
พบที่ :  เขาพระนารายณ์ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา

ลักษณะสำคัญ :

ได้รับอิทธิพลศิลปะอินเดียแบบคุปตะ มีพระพักตร์ไม่เหมือนพระพุทธรูปแบบทวาราวดี มี4กร ใส่หมวกเหมือนพระนารายณ์




อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :  

พระนารายณ์หรือวิษณุสี่กร

ภาพ :  พระนารายณ์หรือวิษณุสี่กร
ศิลปะ :  เทวรูปรุ่นเก่า
อายุสมัย :  ราวพุทธศตวรรษที่ 12-13
พบที่ :  เขาศรีวิชัย อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี

ลักษณะสำคัญ :

ได้รับอิทธิพลอินเดียแบบคุปตะมีลักษณะคือบ่าใหญ่ เสื้อผ้าแนบเนื้อ มีความละเอียดอ่อนสวยงามที่เป็นธรรมชาติ  มีรูปร่างและเส้นเด่นชัด  ซึ่งแสดงให้เห็นความเป็นตัวของตนเองในทางสร้างสรรค์




อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :


วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ภาพปูนปั้นนางนักดนตรี จังหวัดราชบุรี

ภาพ :  ปูนปั้นรูปเหล่านางนักดนตรี
ศิลปะ :  ทวารวดี
อายุสมัย :  พุทธศวรรษที่ ๑๓-๑๕
พบที่ :  ตำบลคูบัว อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี

ลักษณะสำคัญ :

แต่ละนางเกล้ามวยผมสูง มีพวงมาลัยดอกไม้รัดเกล้า สวมต่างหูขนาดใหญ่ถ่วงให้ใบหูยานลงมาถึงบ่า แสดงถึงความนิยมในสมัยทวารวดี แต่ละนางนุ่งผ้าซิ่นและห่มสไบเฉียงพอหลวมๆ ไม่ปกปิดส่วนหน้าอก ส่วนเครื่องดนตรีมีมีทั้งพิณน้ำเต้า พิณสาย ฉิ่ง ส่วนคนที่เท้าแขนคงเป็นนักร้องนำ